TECHNICAL PROJECT / POWER AMPLIFIER

Fosi Audio
ZA3 Modification

Analog Stage · Op-Amp · Power Supply · Capacitor · Internal Wiring

โปรเจกต์ปรับแต่ง Fosi Audio ZA3 โดยเริ่มจากการศึกษาบอร์ดจริง แยกหน้าที่ของแต่ละภาค และปรับแต่งเฉพาะตำแหน่งที่มีเหตุผลทางเทคนิค ก่อนตรวจสอบการทำงานและประเมินผลกับระบบเสียงจริง

แผงวงจร Fosi Audio ZA3 หลังการปรับแต่ง Final Configuration
Final board configuration / Audio Tech Lab
DEVICEFosi Audio ZA3
TYPEClass-D Power Amplifier
INPUTRCA / Balanced XLR
METHODModify · Test · Listen

01 / PROJECT APPROACH

Analyze.
Modify. Test. Listen.

Fosi Audio ZA3 เป็น Class-D Power Amplifier ขนาดกะทัดรัดที่รองรับทั้ง RCA และ Balanced XLR และมีโครงสร้างวงจรที่เปิดโอกาสให้ปรับแต่งภาค Analog และ Op-Amp ได้หลายตำแหน่ง

เป้าหมายของโปรเจกต์นี้ไม่ใช่การเปลี่ยนอุปกรณ์ให้มากที่สุดหรือแพงที่สุด แต่เป็นการศึกษาหน้าที่ของวงจรเดิม แล้วปรับแต่งเป็นจุด ๆ เพื่อให้สามารถตรวจสอบผลของการเปลี่ยนแปลงแต่ละส่วนได้อย่างเป็นระบบ

แนวทางของ Audio Tech Lab คือศึกษาวงจรก่อนแก้ไข รักษาความเข้ากันได้ทางไฟฟ้า ตรวจสอบความเสถียร แล้วจึงประเมินผลจากการใช้งานจริง

02 / ORIGINAL BOARD & PREPARATION

เริ่มจาก
บอร์ดจริง

ขั้นตอนแรกคือถอด ZA3 ออกจากตัวถังและตรวจสอบ PCB ทั้งระบบ ตั้งแต่ Input, Balanced XLR, Main L/R Op-Amp, Subwoofer Stage ไปจนถึง Power Supply

อุปกรณ์บางตำแหน่งถูกถอดออกเพื่อเตรียมบอร์ดสำหรับการปรับแต่ง โดยเฉพาะจุด Op-Amp และ Capacitor พร้อมติดตั้ง Socket ในตำแหน่งที่ต้องการให้สามารถเปลี่ยนหรือบำรุงรักษาได้โดยไม่ต้องบัดกรี PCB ซ้ำหลายครั้ง

PCB Fosi Audio ZA3 ระหว่างเตรียมบอร์ดก่อนติดตั้งอุปกรณ์ปรับแต่ง
Original board / circuit preparation
ตำแหน่ง Socket Op-Amp บนบอร์ด Fosi Audio ZA3
Op-Amp sockets prepared for service and configuration changes

03 / ANALOG STAGE & OP-AMP

แยกหน้าที่
แต่ละ Stage

Final Configuration ใช้ Op-Amp แตกต่างกันตามหน้าที่ของวงจรแต่ละส่วน แทนการใช้รุ่นเดียวกันทั้งเครื่อง

การเลือกอุปกรณ์พิจารณาจากตำแหน่งใช้งาน ความเข้ากันได้ทางไฟฟ้า ความเสถียร และลักษณะโหลดของวงจร ไม่ได้เลือกจากชื่อรุ่นหรือราคาเพียงอย่างเดียว

BALANCED / INPUT

HDAM 9988SQ

ใช้งานในภาค Balanced / Input Stage ของระบบ

MAIN LEFT / RIGHT

Dual OPA627

ใช้ในช่องสัญญาณหลักซ้ายและขวาก่อนเข้าสู่ภาคขยายกำลัง

SUBWOOFER STAGE

OPA1642

ใช้ในส่วน Subwoofer Stage ตามหน้าที่ของวงจร

รายละเอียด Op-Amp และ Capacitor บน Fosi Audio ZA3 หลังการปรับแต่ง
Analog / Op-Amp stage detail
ชุด Op-Amp Final Configuration บน Fosi Audio ZA3
Final Op-Amp configuration

04 / POWER SUPPLY

Power Supply
เป็นส่วนของระบบ

ภาคจ่ายไฟเป็นอีกจุดที่ให้ความสำคัญ เพราะ Power Amplifier ต้องรับมือกับกระแสที่เปลี่ยนแปลงตามสัญญาณเสียงตลอดเวลา

Reservoir Capacitor ในโปรเจกต์นี้อยู่ในระดับ 2,200 µF / 63 V พร้อมปรับ Capacitor ในจุดย่อยของวงจร Analog และภาค Op-Amp รวมถึงใช้ Film Bypass ในตำแหน่งที่พิจารณาแล้วว่าเหมาะสม

การเลือก Capacitor ไม่ได้พิจารณาเฉพาะค่าความจุ แต่ดู ESR, Ripple Current, Voltage Rating, ขนาดจริง และตำแหน่งใช้งานร่วมกันด้วย ค่า capacitance ที่มากกว่าไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกว่าเสมอไป

Reservoir Capacitor และ Power Supply บน Fosi Audio ZA3 หลังการปรับแต่ง
Reservoir capacitor and power-supply section
ภาค Power Supply ของ Fosi Audio ZA3 ระหว่างเตรียมการปรับแต่ง
Power section during preparation

05 / INTERNAL WIRING

รายละเอียดเล็ก
ที่ไม่ควรมองข้าม

ระบบสายภายในได้รับการจัดใหม่ โดยเฉพาะเส้นทาง Speaker Output เพื่อให้ทางเดินสายเป็นระเบียบและลดพื้นที่ loop ในบริเวณที่มีกระแสสูง

การเดินสาย จุดบัดกรี และตำแหน่งของสายที่อยู่ใกล้ภาคกำลังเป็นส่วนหนึ่งของงานโมดิฟาย ไม่ใช่เพียงเรื่องความสวยงามของงานประกอบ

การเดินสาย Speaker Output ภายใน Fosi Audio ZA3
Internal speaker-output wiring

06 / FINAL CONFIGURATION

Final
Configuration

ชุดสุดท้ายที่เลือกใช้งานหลังจากการปรับแต่งและตรวจสอบแต่ละส่วนของวงจร

Device
Fosi Audio ZA3
Amplifier Type
Class-D Power Amplifier
Inputs
RCA / Balanced XLR
Balanced / Input Stage
HDAM 9988SQ
Main Left / Right
Dual OPA627
Subwoofer Stage
OPA1642
Reservoir Capacitor
2,200 µF / 63 V
Modification Areas
Analog Stage, Op-Amp, Power Supply, Capacitor, Bypass, Internal Wiring
Project
Audio Tech Lab
Method
Modification / Testing / Listening Evaluation

07 / PROJECT GALLERY

08 / WHAT THIS PROJECT SHOWS

เปลี่ยนเฉพาะสิ่งที่
มีเหตุผล

โปรเจกต์ ZA3 แสดงให้เห็นว่าการโมดิฟายเครื่องเสียงไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเปลี่ยนอุปกรณ์ทุกชิ้น แต่ต้องเข้าใจว่าแต่ละตำแหน่งทำหน้าที่อะไรและสัมพันธ์กับวงจรเดิมอย่างไร

สำหรับ Audio Tech Lab งานโมดิฟายควรอธิบายได้ว่าเปลี่ยนอะไร เพราะอะไร อยู่ส่วนไหนของวงจร และตรวจสอบผลอย่างไร มากกว่าการอธิบายด้วยความรู้สึกเพียงอย่างเดียว

Analyze. Modify. Test. Listen.